[REVIEW] สวย ไม่เพลีย ด้วย เมล็ดเจียจาก BODY SHAPE ORGANICS

                  dscf7569
                            ยะหู้ววว สายสวยสุขภาพ เข้ามากันเลยค่ะ วันนี้ “รีวิวไรดี” กับ MayMaya มาชวนกินแล้วสวยกันค่ะ วันนนี้เมได้รับอาหารยอดฮิตสำหรับสายสุขภาพทั้งหมด 3 กล่องเลยค่ะ นี่คือ  BODY SHAPE ORGANICS CHIA SEED นั่นเองค่ะ โดย ทาง bodyshape organic ได้จำหน่ายถึง 3 Size ด้วยกัน เพื่อให้เหมาะกับ lifestyle ของแต่ละคนคือ ขนาด 72 กรัม (6ซองเล็ก ซองละ 12 กรัม ), ขนาด  100 กรัม และ ขนาด 320 กรัม
          dscf7588
                     เมล็ดเจีย หรือ เมล็ดเชีย เป็นธัญพืชที่ไม่ได้มีดีแค่ช่วยลดน้ำหนัก ยังป้องกันโรคและบำรุงสุขภาพของเราได้อีกด้วย จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า เมล็ดเจียเป็นพืชที่มีอายุมานานกว่า 3,500 ปีก่อนคริสตกาลตั้งแต่สมัยอาณาจักรแอซแท็ก และอาณาจักรมายันในทวีปอเมริกา  “เจีย” มีความหมายว่า ความแข็งแรง เพราะชาวแอซเท็กและชาวมายันนิยมนำมาบริโภคเป็นอาหารหลักเหมือนกับธัญพืชทั่วไป เช่น ข้าวโพด และถั่ว โดยนำเอาเมล็ดเจียมาบดรวมกับแป้ง คั้นเป็นน้ำมันออกมาเพื่อใช้ดื่ม หรือไว้ปรุงอาหาร ด้วยความเชื่อที่ว่า เมล็ดเจียมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงนั่นเอง
ต่อมาในยุคล่าอาณานิคมของสเปน ฝั่งอเมริกาใต้ตกเป็นเมืองขึ้นของสเปน ทำให้เมล็ดเจียกลายเป็นอาหารต้องห้าม โดยผู้นำสเปนในยุคนั้นประกาศว่า ห้ามเพาะพันธุ์เมล็ดเจียอีกต่อไปทำให้เมล็ดเจียค่อย ๆ สูญพันธุ์ไปเรื่อย ๆ กระทั่งเข้าสู่ยุคของอเมริกาสมัยใหม่ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบพันธุ์พืชเมล็ดเจียอีกครั้ง จึงเกิดการค้นคว้าวิจัยถึงประโยชน์ของพืชพันธุ์ชนิดนี้ และเริ่มมีการขยายสายพันธุ์กระทั่งกลายมาเป็นสายพันธุ์เมล็ดเจียที่เราใช้บริโภคกันจนทุกวันนี้

                        เมล็ดเจียเป็น Super food และยังเป็น Super Fruit และ Super Seed อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ ไฟเบอร์ กรดไขมันดีชนิดโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 แคลเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ และโปรตีน โดย เมล็ดเจีย 1 ออนซ์ (28 กรัม) ให้พลังงานเพียง 137 แคลอรี เหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักมากกก และนอกจากสุขภาพเราจะดีแล้ว เมล็ดเจียยังช่วยบำรุงความจำบำรุงระบบประสาทและสมองให้ทำงานเป็นปกติ เราจึงมีกระบวนการเรียนรู้และจดจำดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น

dscf7588

เมล็ดเจียมีไฟเบอร์ที่สูงถึง 25% จึงช่วยให้เรา เรื่องอิ่มท้อง และ ยังช่วยดูดซึมสารพิษตกค้างในลำไส้ ให้ระบายออกมาในรูปของเสีย และยังช่วยให้เราท้องไม่ผูกอีกด้วย

chia
                 เมล็ดเจียเป็นพืชในกลุ่มเครื่องเทศตระกูลเดียวกับกะเพรา  มีสองสีคือดำและขาว เปลือกนอกเมล็ดพองตัวได้เหมือนเม็ดแมงลัก เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และเป็นพืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกกันมากในทวีปอเมริกา ได้แก่ ประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา โบลิเวีย เอกวาดอร์ และกัวเตมาลา นอกจากนี้ก็ยังปลูกได้ในประเทศออสเตรเลีย ส่วนในประเทศไทยมีการเพาะพันธุ์เมล็ดเจียในหลายจังหวัด ส่วนใหญ่คือ ลำปาง กาญจนบุรี ฯลฯ  แต่เมล็ดเจียของ Bodyshape นี่ นำเข้ามาจาก Mexico ที่เป็นต้นกำเนิดของพืชชนิดนี้กันเลย

 dscf7719

                เมล็ดเจีย ไม่ใช่ เม็ดแมงลัก นะคะ จากรูปจะเห็นได้ว่า  เมล็ดเจียจะมีลักษณะรี มีสีน้ำตาลเทา มีลวดลายเล็กน้อย ส่วนแมงลักจะมีลักษณะรี มีสีดำเข้ม แต่ถ้าหากนำไปแช่น้ำแล้วจะพบว่าเมล็ดเจียจะเกิดการพองตัวลักษณะเม็ดใส แต่เม็ดแมงลักจะพองตัวลักษณะเม็ดมีเมือกสีขาวขุ่น

วิธีการรับประทานเมล็ดเจีย สามารถรับประทานได้ทั้งแบบแห้งและแบบแช่น้ำ  แต่เราต้องมั่นใจนะคะว่า เราทานแบบแห้ง แล้งดื่มน้ำลงไปเพียงพอ เนื่องจาก หากเราทานแบบแห้งและดื่มน้ำน้อย อาจทำให้เกิดภาวะท้องผูกได้ค่ะ สำหรับเมนูแนะนำของเม 2 เมนูวันนี้ ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ เมนูแรกที่หาทานได้ง่านที่สุดของเมก็คือ สลัดผักนั่นเอง เราสามารถทานเอาเล็ดเจียมาโรยแบบแห้งๆ ผสมลงในสลัดได้เลยค่ะ และอีกเมนูทานเล่นในวันอากาศร้อนๆก็คือ พันซ์มัลเบอรี่ แสนอร่อย ไปติดตามวิธีทำได้จาก คลิปนี้เลยค่ะ 

       dscf7595

               dscf7603

สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าจะทานเจียอย่างไรให้เหมาะสม ปริมาณ ข้อมูลจากทาง เพจ Chia seed thai ได้แนะนำในการทาน เมล็ดเจียไว้ตามนี้ค่ะ

ผู้ใหญ่ – 15 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ).ต่อวัน
สำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรทาน 33 ถึง 41 กรัม ทุกวันเป็นเวลา 3 เดือน
เด็กอายุ (5-18 ปี) – 1.4 ถึง 4.3 กรัมต่อวัน
อายุต่ำกว่า 10 – 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน”

 dscf7641
คำเตือน สำหรับ ข้อห้ามการรับประทานเมล็ดเจียนะคะ คือ
1. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้และกระเพาะอาหาร เนื่องจากเจียมีไฟเบอร์กรดอะมิโนสูง อาจก่อให้เกิดอาการท้องอึดและแก๊สในทางเดินอาหารได้ จะเร่งความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและลำไส้ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองได้  ควรแนะนำให้รับประทานเมล็ดเจียที่พองตัวเรียบร้อยแล้ว
2. เนื่องจาก เมล็ดเจียมีโอเมก้า 3สูง ซึ่งสามารถสลายลิ่มเลือด สำหรับผู้ที่ใช้ยา blood thinners ผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน และผู้ป่วยกำลังจะทำการผ่าตัด ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน แต่ ผู้ป่วย haemophiliacs ให้หลีกเลี่ยงการรับประทาน
3. ผู้ที่มีภาวะความดันต่ำ โดยการวิจัยของโรงพยาบาลเซนต์ไมเคิลในโตรอนโต, แคนาดา ได้ชี้ให้เห็นว่าเมล็ด Chia อาจมีความสามารถในการลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่น่าตกใจ ดังนั้นผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำควรทานในปริมาณน้อย
4. เมล็ดเจี่ย(Chia Seeds) มีองค์ประกอบเป็นสารก่อภูมิแพ้ในกรณีที่ผู้เป็นภูมิแพ้เมล็ดมัสตาร์ด สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้เมล็ดมัสตาร์ดแนะนำให้หลีกเลี่ยง
5. เมล็ดเจียมีจำนวนของกรดอัลฟาไล-โนเลนิค สูงอาจเพิ่มโอกาสของการ มะเร็งต่อมลูกหมาก
หากคุณมีมะเร็งต่อมลูกหมากหรือมีความเสี่ยงสูงในการได้รับมันหลีกเลี่ยงการรับประทานในปริมาณมากของ Chia6.ถึงแม้ว่าเมล็ดเจียจะเป็น Super food dH ไม่ควรบริโภคเมล็ดเจี่ย(Chia Seeds)ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ควรหยุดพักเป็นบางกรณี
dscf7635
(ที่มา : เพจ Chia seed Thai ค่ะ ซึ่งเขาแปลมาจาก http://www.seedguides.info/chia-seeds/
สำหรับสายสวยสุขภาพ สามารถติดตามข้อมูล และข่าวสารของ Bodyshape ได้ที่ 4 ช่องทางด้านล่างนี้
https://www.facebook.com/bodyshapeorganics
http://www.organiqu.com/bodyshape
– Line : @Bodyshape
– IG : @bodyshapeorganicsและสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่
• Facebook : Bodyshape Organic
• Line : @Bodyshape
• Call center : 0-2992-0000
• Tops
• 7- eleven

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s